พล.ต.กนก ภู่ม่วง
ผู้บัญชาการ
มณฑลทหารบกที่ ๒๔


เว็บไซต์หน่วยเหนือ


กองทัพไทย

กองทัพบก

กรมยุทธศึกษา ทบ.

กองทัพภาคที่ ๒


หน่วยในพื้นที่

ศฝ.นศท.มทบ.๒๔

รพ.ค่ายประจักษ์

Link

สำนักงานตำรวจ

ข่าว


สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

ประวัติการก่อตั้ง มณฑลทหารบกที่ ๒๔

         ในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๘ พวกฮ่อได้รวมตัวก่อการร้าย
ในมณฑลลาวพวน ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงที่เมืองหลวงพระบาง และเมืองเชียงขวาง ในราชอาณาจักรลาว
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ จึงโปรดให้ พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม
(พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์ทองก้อนใหญ่) ซึ่งทรงเป็นพระราชโอรส องค์ที่ ๒๕
ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาสังวาลย์กรมทหารรักษาพระราชวัง
นำกำลังจากกรุงเทพมหานคร ขึ้นไปปราบปรามพวกฮ่อจนสงบเรียบร้อยแล้ว
วางกำลังไว้ที่เมืองหนองคาย พ.ศ.๒๔๓๐ หลังจากปราบปรามพวกฮ่อจนสงบ เป็นเวลา ๒ ปี
จึงได้เสด็จกลับกรุงเทพมหานคร และปีเดียวกันได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯพระราชทานยศ
เป็นพลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม มีตำแหน่งเป็น องคมนตรี ที่ปรึกษาในพระองค์
และทรงช่วยกรมตำรวจ จัดการรับฎีกาที่ราษฎรทูลเกล้าฯถวาย ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๓๔
ในห้วงระยะเวลาที่ชาติตะวันตก กำลังแสวงหาเมืองขึ้น โดยอังกฤษ และฝรั่งเศสพยายามจะ
ผนวกดินแดนบริเวณแหลมอินโดจีนให้เป็นเมืองขึ้น เหตุการณ์ตามแนวชายแดนทวีความรุนแรงมากขึ้น
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ จึงได้ทรงรวบรวม หัวเมืองตามแนวชายแดน
เป็นเขตการปกครอง เรียกว่า มณฑลโดยมุ่งที่จะป้องกันให้พ้นจากการคุกคามจากภายนอกประเทศ
และเป็นการทดลองจัดระเบียบการปกครองแบบใหม่ มณฑลลาวพวนจึงถูกจัดตั้งขึ้นเป็นต้นมา
และพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ
ให้ดำรงตำแหน่งข้าหลวง ต่างพระองค์ สำเร็จราชการมณฑลลาวพวน มีที่บัญชาการมณฑล ที่เมืองหนองคาย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีมณฑลต่างๆ ที่ถูกตั้งขึ้น คือมณฑลลาวพวน ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น
มณฑลอุดร มีกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็นข้าหลวงต่างพระองค์ บัญชาการ อยู่ที่เมืองหนองคาย
มีจังหวัดต่างๆ ในปัจจุบัน คือ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย
จังหงวัดนครพนม, จังหวัดสกลนคร, จังหวัดมุกดาหาร,จังหวัดขอนแก่น, จังหวัดเลย
และ อ.หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์มณฑลลาวกาว ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นมณฑลอีสาน
มีกรมหลวงพิชิต ปรีชากร เป็นข้าหลวงฯ มีจังหวัดต่างๆ ในปัจจุบัน คือ จังหวัดอุบลราชธานี,
จังหวัดศรีสะเกษ, จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดกาฬสินธุ์
ตั้งที่ว่าการมณฑล ที่จังหวัดอุบลราชธานีมณฑลลาวกลาง ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น มณฑลนครราชสีมา
มีกรมหมื่นสรรพสิทธิประสงค์ เป็นข้าหลวงใหญ่ มีจังหวัดต่างๆ ในปัจจุบันคือ จังหวัดนครราชสีมา,
จังหวัดชัยภูมิ, จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งที่ว่าการมณฑลที่ จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.๒๔๓๖ (ร.ศ.๑๑๒)
ไทยกับฝรั่งเศส เกิดกรณีพิพาทเกี่ยวกับดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ไทยได้ทำสนธิสัญญาสงบศึก
กับฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ร.ศ.๑๑๒ ฝรั่งเศสไม่ยอมให้ไทยวางกำลังทหารในรัศมีล้ำกว่า ๒๕ กิโลเมตร
นับจากเส้นเขตแดน คือลำน้ำโขง พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม
จึงยกทัพไพร่พล และย้ายที่ทำการ มณฑลลาวพวน จากเมืองหนองคาย ลงมาทางใต้
มาตั้งที่ทำการมณฑลลาวพวน ที่บ้านหมากแข้ง ซึ่งตั้งอยู่ริมหนองน้ำเดิมเรียกว่าหนองนาเกลือ
เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๔๓๖ (ปัจจุบันคือ หนองประจักษ์) กองทหารจะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชา
ของข้าหลวงต่างพระองค์(วันที่ ๑๘ มกราคม ของทุกปีเป็นวันก่อตั้งเมืองอุดรธานี)

พ.ศ.๒๔๔๓ ได้เปลี่ยนมณฑลลาวพวน เป็น มณฑลอุดร
พ.ศ.๒๔๔๕ กองทัพ มีการขยายกำลังทหาร กองทหารจึงได้ขาดการบังคับบัญชา จาก ข้าหลวงต่างพระองค์ 
พ.ศ.๒๔๕๐ ได้มีพระราชโองการให้จัดตั้งเมืองอุดรธานี ขึ้นที่บ้านหมากแข้ง อยู่ในเขตการปกครอง ของ
มณฑลอุดร ( เมื่อ ๔ มกราคม ๒๔๕๐ ) ต่อมา ย้ายกำลังทหาร จากหนองนาเกลือ (หนองประจักษ์)
มาตั้งที่ ริมหนองขอนกว้าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ค่ายประจักษ์ศิลปาคม ในปัจจุบัน กำลังทหาร
ในขณะนั้นมีเพียง ๒ หน่วย คือ กองทหารปืนใหญ่ที ๕ และ กรมทหารราบที่ ๗
พ.ศ.๒๔๕๓ กองทหารปืนใหญ่ที่ ๕ เปลี่ยนนามเป็นกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑๐ และกรมทหารราบที่ ๗
เปลี่ยนนามเป็น กรมทหารราบที่ ๒๐ ทั้งสองหน่วยขึ้นตรงต่อ กองพลที่ ๑๐ และ กองพลที่ ๑๐ มณฑลอีสาน
และอุดร ขึ้นตรงต่อกองทัพที่ ๓ ตามคำสั่งทหารราบที่ ๒๒๐/๑๕๘๘๔ ลง ๒๔๕๕ , ย้ายกรมทหารราบที่ ๒๐
ไปตั้งที่ จังหวัดร้อยเอ็ด ตามคำสั่งทหารบกที่ ๓๓๙ / ๒๓๘๗๑ ลง ๒๘ ม.ค.๒๔๕๕ , ย้ายกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑๐
ไปตั้งที่จังหวัดอุบลราชธานี และย้ายกองบัญชาการกองพลที่ ๑๐ ไปตั้งที่จังหวัดอุบลราชธานี
ต่อมาย้ายกรมทหารพรานที่ ๔ ไปตั้งที่ จังหวัดอุดรธานี เปลี่ยนนามเป็น กรมทหารพราน ในกองพลทหารราบที่ ๑๐
พ.ศ.๒๔๖๑ ได้มีการ กำหนดเขตทหารบก โดยจอมพลเจ้าพระยาบดินเดชานุชิต เสนาบดี กระทรวงกลาโหม
ดังนั้นมณฑลทหารบก ฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมีจังหวัดทหารบกอุดรขึ้นอยู่ และมีเขตบังคับบัญชา
ตรงกับจังหวัดอุดรธานี เมื่อปี ๒๔๙๔ ได้กระทำพิธีเปิดค่าย ได้รับพระราชทานนามว่า “ ค่ายประจักษ์ศิลปาคม ”
เพื่อเป็นอนุสรณ์ถวาย เป็นพระเกียรติ แด่ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม
พระผู้ดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
ต่อมาย้ายกองพันที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑๓ มายัง จังหวัดอุดรธานี เมือ ๑ มี.ค.๒๔๙๗
และตั้งกองพันที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑๓ ขึ้นในการบังคับบัญชา โดยตรงต่อ กรมทหารราบที่ ๑๓
เมื่อ ๑๐ พ.ย.๒๔๙๘ กรมทหารราบที่ ๑๓ แปรสภาพเป็นกรมผสมที่ ๑๓ ในปีพุทธศักราช ๒๕๑๐
ผู้บังคับบัญชา จังหวัดทหารบกอุดร และผู้บังคับการกรมผสมที่ ๑๓ ซึ่งเดิมเป็นคนเดียวกัน
ได้แยกกันอย่างเด็ดขาด เมื่อ ๒๔ พ.ค.๒๕๒๒ และแปรสภาพกรมผสมที่ ๑๓ เป็นกรมทหารราบที่ ๑๓
ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ จังหวัดทหารบกอุดร ได้แปรสภาพหน่วยเป็น มทบ.๒๔ และปรับการจัดหน่วย
ตามอัตราการจัดยุทโธปกรณ์ หมายเลข ๕๑ - ๒๐๑ ( ๕ ส.ค.๓๑ ) จนถึงปัจจุบัน
เป็นหน่วยในอัตราของกองทัพภาคที่ ๒ มีที่ตั้งอยู่ในค่ายประจักษ์ศิลปาคม ถนนทหาร อ.เมือง จังหวัดอุดรธานี













  มณทลทหารบกที่ ๒๔ ค่ายประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี
ผู้ดูแลระบบ ส.ต.ธีรวัฒน์ แสงขันตี 042-930211 ต่อ 27019 (กองยุทธการ)